• งาน Part time ทำที่บ้านช่วงวันหยุด

    เป็นงานพิเศษ ไม่กำหนดเวลา การทำงานทั้งหมดเราเป็นคนกำหนดเอง

  • งาน Part time เวลาว่าง ทำผ่านเน็ตจ่ายรายวัน

    เป็นงานคีย์ข้อมูลอยู่ที่บ้าน ไม่จำเป็นต้องมาออฟฟิศทุกวัน ทำควบคู่กับงานประจำได้

  • งาน Part time นักเรียน/นักศึกษา

    สำหรับน้องๆนักศึกษาที่กำลังมองหางานพิเศษทำในระหว่างวันที่ไม่มีเรียน ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ อยู่หน้าจอคอมก็สามารถสร้างรายได้ให้กับตัวเองได้แล้ว

  • งาน Part time เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

    สำหรับบุคคลที่กำลังมองหารายได้เสริมเพื่อเป็นงานเพิ่มรายได้ให้กับตนเอง งานพิเศษที่ไม่กระทบงานประจำ งานทำที่บ้านจ่ายรายวัน คีย์ข้อมูลหน้าจอคอมฯ

  • งาน Part time คีย์ข้อมูล

    หน้าที่หลักคือการคีย์ข้อมูลอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เท่านั้น ทำงานที่ไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเข้าออฟฟิศ มีงานประจำอยู่แล้วก็สามารถทำงานนี้ได้ไม่มีข้อยกเว้น

แหล่งรวมงานพิเศษทำที่บ้าน งาน Part time รายวัน และรายได้เสริมอื่นๆอีกมากมาย สนใจงานไหนก็สามารถคลิ๊กดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานและวิธีการสมัครงานได้เลยนะค่ะ !!
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การออมเงิน แสดงบทความทั้งหมด

ทริคเจ๋ง ๆ ช่วยคู่รักออมเงิน สร้างชีวิตคู่



กำลังมีแพลนจะสร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง แต่ไม่รู้จะเริ่มออมเงินเพื่อชีวิตคู่จากตรงไหนก่อนดี 15 ข้อนี้จะช่วยไกด์วิธีออมเงินให้คุณเอง

          ถ้าคุณและคนรักมีแพลนจะสร้างครอบครัวร่วมกัน ไม่ว่าจะจัดงานแต่งงานหรือกำลังคิดอยากมีลูก ทว่าไม่รู้จะเริ่มต้นออมเงินสไตล์คนใช้ชีวิตคู่จากตรงไหนก่อนดี 15 ทริคนี้ตามที่ LIfehack แนะแนวมาก็น่าลองนำไปเป็นแนวทางการออมเงินเพื่อชีวิตครอบครัวไม่น้อย และเผื่อใครจะคิดว่ายาก ขอบอกเลยว่าให้ดูวิธีออมเงินแบบชีวิตคู่ตามนี้ก่อน แล้วคุณจะรู้ว่าการออมเงินแบบชีวิตคู่นั้น ง่ายนิดเดียวจริง ๆ



 1. เดทกันเบา ๆ เราเน้นประหยัด

          คู่รักกับการเดทเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ ทว่าการเดทของคุณก็ไม่เห็นจะต้องเว่อร์วังอลังการนี่คะ คู่รักทุกคู่สามารถไปเดทกันที่สวนสาธารณะ พร้อมกับตะกร้าปิกนิกที่มีอาหารจากฝีมือคุณทั้งสองคนไปนั่งกิน นั่งคุยหนุงหนิงกันเพลิน ๆ ก็ได้ ส่วนงานเดทใต้แสงเทียนกับมื้ออาหารสุดหรูขอผลัดไปเป็นนาน ๆ ครั้งดีกว่า แค่นี้ก็เซฟเงินในกระเป๋าไปได้เยอะแล้ว

 2. เก็บเกี่ยวความสุขจากสิทธิพิเศษที่คุณมีอยู่

          หากคุณเป็นลูกค้าคนสำคัญของธนาคารหรือองค์กรต่าง ๆ หรือแม้แต่การใช้จ่ายผ่านบัตรอะไรก็ตามที่มีการสะสมแต้มเพื่อแลกรับของรางวัลและสิทธิพิเศษ พยายามใช้สิทธิ์เหล่านี้หาความสุขร่วมกันให้ได้มากที่สุด จะกิน เที่ยว หรือช้อปงานนี้ก็ฟรี ๆ ฟิน ๆ ให้เต็มที่ไปเลย

 3. ถ้าพร้อมแล้ว ย้ายมาอยู่ด้วยกันซะเลย
          หากคุณมีความพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้วจริง ๆ คงดีกว่าหากจะเข้ามาแชร์ทุกอย่างร่วมกันตั้งแต่ตอนนี้ เพราะการอยู่ด้วยกันสามารถลดทอนค่าใช้จ่ายของแต่ละคนไปได้มากกว่าครึ่ง ที่สำคัญเมื่อคนรักมาอยู่ด้วยกันจะได้ดูแลซึ่งกันและกันด้วยเนอะ อ๊ะ ! แต่ทั้งนี้ก็อยากจะเตือนสักนิดว่า หากคุณทั้งคู่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออยู่ในวัยที่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ข้อนี้อาจต้องยอมผ่าน ๆ ไปก่อน

 4. ใช้ของมือสองบ้างก็ได้

          สำหรับคู่ที่คิดจะย้ายบ้านใหม่เพื่อรองรับการมีสมาชิกเพิ่ม เหล่าเฟอร์นิเจอร์และของใช้ที่เคยมีก็อย่าเพิ่งทิ้งขว้างนะคะ อะไรที่เก็บมาใช้ได้ก็ใช้ไปก่อน ส่วนของที่จำเป็นต้องซื้อใหม่จริง ๆ ลองแวบเข้าไปดูตามร้านขายของมือสองสิ แล้วคุณจะเหลือเงินเก็บอย่างที่คิดไม่ถึงเลยล่ะ




 5. รวบรวมค่าใช้จ่ายให้เป็นหนึ่งเดียว

          ค่าใช้จ่ายบางอย่างที่สามารถรวมให้เหลือทางเดียวได้ เช่น ค่าโทรศัพท์บ้าน ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าหนังสือพิมพ์และนิตยสารรายวัน หรือค่าอื่น ๆ ที่เป็นรายจ่ายของคุณทั้งสองคน หากรวมให้เหลือเพียงฝ่ายเดียวได้ จะช่วยให้คุณเหลือเงินไว้ออมอีกไม่น้อยเลยทีเดียว

 6. DIY ของใช้ในบ้านเอง

          จะออมเงินเพื่ออนาคตที่มีร่วมกันทั้งที อะไรที่จะช่วยประหยัดได้ก็ต้องเก็บให้ครบทุกเม็ดทุกหน่วย เช่น การ DIY ของใช้บางอย่างใช้เอง อาจจะเป็นประเภทน้ำยาทำความสะอาดที่ทำจากสมุนไพร หรือจะ DIY ของแต่งบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกัน ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคู่รัก ที่สำคัญช่วยให้คุณเหลือเงินไว้ออมได้อีกด้วย

 7. ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทิ้งซะ

          สำรวจดูสิคะว่า คุณทั้งสองคนมีรายจ่ายที่ไม่จำเป็นต้องควักเงินในกระเป๋าอยู่คนละกี่รายการ เป็นต้นว่า นิตยสารรายเดือนที่เดี๋ยวนี้แทบจะไม่ได้หยิบมาอ่าน หรือค่าบริการเคเบิลทีวีที่เอาเข้าจริง ๆ ก็ชวนกันนั่งดูดีวีดีซะมากกว่า เป็นต้น หากยกเลิกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปได้ ก็มีแต่เงินทั้งนั้นแหละที่จะได้กลับคืนมาเพื่อออม

 8. ช้อปปิ้งอย่างฉลาด
          แม้จะประหยัดอดออมแค่ไหน แต่รายจ่ายสำหรับการช้อปปิ้งจะยังคงตามติดคุณไปเสมอค่ะ อย่างน้อยก็ต้องออกไปช้อปปิ้งของกินของใช้กันแน่ ๆ แต่ประเด็นคือ คุณควรเลือกซื้อแต่ของที่จำเป็นสำหรับชีวิตเท่านั้น หรือหากกลัวจะยั้งตัวเองไม่ไหว แนะนำให้ลิสต์รายการของที่จำเป็นต้องซื้อมาใช้ใส่กระดาษหรือสมาร์ทโฟนไว้ก่อน จากนั้นก็ออกไปซื้อของตามรายการอย่างเคร่งครัด และช่วยกันรั้งเมื่อใครสักคนอยากจะซื้อของนอกลิสต์ด้วยล่ะ



 9. เที่ยวแบบประหยัด

          มีวันหยุดยาว ๆ พร้อมกันก็ต้องอยากไปเที่ยวด้วยกันเป็นธรรมดา ทว่าการไปเที่ยวในสไตล์คู่รักกำลังออมเงินนั้น อาจต้องมีเงื่อนไขที่ควรทำกันเบา ๆ เช่น แทนที่จะสั่งอาหารจากโรงแรมมากิน ก็เลือกกินอาหารจากตลาดโต้รุ่งหรือร้านอาหารตามสั่งแถว ๆ นั้นดีกว่า เซฟเงินกว่ากันเยอะ

 10. ออมเงินในบัญชีเดียวกัน

          วิธีนี้จะช่วยให้คุณมีกำลังใจในการออมเงินร่วมกันมากขึ้น โดยคุณอาจเปิดบัญชีร่วมกันแล้วช่วยกันเติมตัวเลขบัญชีทุก ๆ เดือน หรืออาจสร้างเงื่อนไขขึ้นมาก็ได้ว่า แต่ละเดือนต้องควักกระเป๋าสำหรับการออมคนละเท่าไร ถ้าปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัดรับรองจะมีเงินเก็บเป็นก้อนในอีกไม่ช้า



 11. พูดคุยกันเรื่องเงินออมบ่อย ๆ

          การเปิดประเด็นพูดคุยเรื่องเงินออมและวิธีเก็บเงินบ่อย ๆ จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คุณทั้งคู่แน่วแน่อยู่กับการออมเงินได้เป็นอย่างดี เผลอ ๆ คุยกันไปคุยกันมาอาจช่วยปิ๊งไอเดียออมเงินให้เพิ่มมากขึ้นด้วยก็ได้ ใครจะรู้ !

 12. เช็กกรมธรรม์ที่มีอยู่

          ก่อนหน้านี้คุณอาจทำประกันที่เหมาะสำหรับคนโสดอยู่ ซึ่งก็แน่นอนว่าคงไม่ครอบคลุมและคุ้มครองไปถึงคนรักและครอบครัวของคุณแน่ ๆ ที่สำคัญบางกรมธรรม์ยังมีเบี้ยประกันค่อนข้างสูงเกินความจำเป็น ดังนั้นหากเป็นไปได้ลองตัดทอนเงื่อนไขที่ไม่เหมาะกับคนมีคู่แล้วออกไปบ้างดีกว่า หรือจะลองเปลี่ยนกรมธรรม์ในแบบที่คิดแล้วว่าคุ้มกับชีวิตคู่ของคุณก็น่าจะดีไม่น้อย

 13. เลิกใช้บัตรเครดิตก่อน

          หากคุณมีบัตรเครดิตด้วยกันทั้งคู่ พยายามหยุดใช้บัตรเครดิตกันดีกว่าค่ะ แล้วหันมาใช้เงินสดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยตัดปัญหาการเป็นหนี้ในอนาคตได้เป็นอย่างดี เพราะอย่าลืมว่าตอนนี้คุณอยู่ในโหมดชีวิตที่ต้องคิดเผื่ออนาคตที่ไม่ใช่เลี้ยงแค่ตัวเองคนเดียวอีกแล้วนะ



 14. เคลียร์ปัญหาหนี้อย่างมีแบบแผน

          สำหรับคู่รักที่มีหนี้ติดตัวมากันคนละนิดละหน่อย ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญที่คุณควรต้องคุยกันอย่างเปิดเผยและให้เข้าใจตรงกันมากที่สุด โดยเบื้องต้นอาจช่วยกันหาเงินมาเคลียร์หนี้สินที่มีก่อน ซึ่งก็อาจจะต้องพิจารณาสักนิดนะคะว่า หนี้ไหนควรจ่ายก่อนจ่ายหลัง อย่างเช่น หนี้บางอย่างที่มีดอกเบี้ยแพงควรต้องรีบโปะก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นค่อยทยอยจ่ายหนี้ที่สำคัญเป็นลำดับถัดไปจนกว่าหมดหนี้สิน
  
 15. ใช้จ่ายอย่างมีสติ

          การออมเงินเป็นสิ่งที่ไม่ได้เฉียดคำว่ารื่นรมย์เลยสักนิด ทว่าเพื่ออนาคตที่ดีที่กำลังจะมีร่วมกัน คุณทั้งคู่ควรเติมความอดทนซึ่งกันและกันให้มาก ที่สำคัญพยายามใช้จ่ายอย่างมีสติด้วยนะคะ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า ไม่จำเป็นต้องอดจนถึงขั้นตระหนี่ถี่เหนียว แค่เลือกจ่ายในสิ่งที่ควรจ่าย พร้อมทั้งตัดรายจ่ายในสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินให้มันก็พอ

          ชีวิตใหม่ที่จะมีใครอีกคนมาคอยเคียงข้างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ฉะนั้นก็คงต้องยอมปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเดิม ๆ กันสักหน่อย อย่างการออมเงินและใช้จ่ายอย่างประหยัดที่ว่านี้ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงขั้นเริ่มต้นนะคะ แต่เราเชื่อว่า หากมีกำลังใจคอยเติมให้กันเรื่อย ๆ รวมทั้งนึกถึงอนาคตอันสดใสข้างหน้า แล้วคุณจะมีพลังในการเก็บออมเงินที่มากยิ่งกว่ามากได้เอง 


อ่านเพิ่มเติม »

มาออมเงินกันเถอะ


การเก็บเงิน และ การออมเงิน เป็นสิ่งจำเป็นในการเพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิตนะครับ แต่ก็ยังมีหลายคนที่ยังไม่รู้วิธีการออมเงินที่ได้ผล หรืออาจจะยังไม่เห็นประโยชน์ในการเก็บเงิน พอเงินเดือนออกทีไรก็ใช้จ่ายแบบไม่ลืมหูลืมตา มาดูเงินในบัญชีอีกทีก็จะเป็นลมเอา แบบนี้ไม่ดีเลยครับ เราลองมาดูวิธีการ ออมเงิน เก็บเงิน ที่เอามาฝากกันดีกว่า เพื่อเป็นแนวทางช่วยให้คุณ เก็บเงิน จะได้มีเงินเก็บเผื่อไว้ใช้ฉุกเฉินครับ

ตัดเงินอัตโนมัติ
วิธีนี้เป็นวิธีที่สะดวกสบายและรวดเร็วที่สุดครับ เหมาะกับคนที่ชอบอะไรแบบทันสมัย ง่ายๆ ไม่ต้องแบ่งเงินเก็บตามกระปุกออมสินให้ยุ่งยาก ทำได้โดยการตั้งระบบตัดเงินในบัญชีอัตโนมัติ ไปไว้ตามบัญชีต่างๆ ตามสัดส่วนที่ตั้งเอาไว้ พอเงินเดือนเข้ามาในบัญชีรายรับ ทางระบบก็จะตัดเงินเข้าบัญชีที่เราตั้งเอาไว้ทันที ตัวอย่างการแบ่งสัดส่วนการออมสามารถแบ่งได้ดังนี้ครับ

เงินออม 30%
รายจ่ายทุกเดือน 45%
ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 25%

บัญชีรายรับ > บัญชีรายรับเป็นบัญชีที่เงินเดือนเข้ามาในทุกๆ เดือน ซึ่งหลังจากที่หักรายจ่ายต่างๆ ออกไปที่บัญชีรายจ่ายหมดแล้ว เราก็จะใช้เงินที่เหลือทั้งเดือนจากบัญชีรายรับนี้แหละครับ
บัญชีเงินออม > ในส่วนของบัญชีเงินออม เราสามารถเลือกสัดส่วนได้ตามความเสี่ยงที่เรายอมรับได้ โดยมีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวครับ
บัญชีรายจ่าย > เป็นบัญชีที่เราจะต้องจ่ายในทุกๆ เดือน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน
อย่างไรก็ตาม คุณควรแบ่งเงินตามสัดส่วนที่พอเหมาะกับรายรับและรายจ่ายของคุณนะครับ
ตั้งเป้าหมาย แบ่งเงินใช้
วิธีตั้งเป้าหมาย แบ่งเงินใช้ เป็นวิธีที่มีหลายคนใช้กันมากครับ วิธีก็คือ คุณตั้งเป้าหมายที่คุณต้องการเอาไว้สักหนึ่งอย่าง เช่น อยากทำศัลยกรรม อยากซื้อโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ อยากซื้อคอนโด เป็นต้น จากนั้นเมื่อคุณได้เงินเดือนในแต่ละเดือน ให้คุณตัดรายจ่ายทั้งหมดออกไปก่อน เช่น ค่าเช่าห้อง ค่าโทรศัพท์มือถือรายเดือน ค่าน้ำ ค่าไฟ และเป้าหมายของคุณ เป็นต้น จากนั้นให้คุณหารเงินที่เหลือเฉลี่ยต่อวัน โดยให้กำหนดไว้ว่าจะใช้เงินวันละกี่บาท แล้วก็เอาเงินไปแลกเป็นแบงก์ร้อยมาเก็บใส่ถุงไว้ใช้จ่ายในแต่ละวัน เช่น ถุงละ 200 บาท (ใช้วันละ 200 บาท) ครับ
ฝากเงินให้ตัวเอง
วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆ ครับ คล้ายๆ กับวิธีตัดเงินอัตโนมัติ โดยเมื่อคุณได้รับเงินเดือนมาแล้ว ให้เอาเงินไปฝากไว้ที่อีกบัญชีหนึ่ง อาจจะสัก 30% ของรายได้ ซึ่งเงินที่คุณเอาไปฝากให้ตัวเองนี้ห้ามถอนเด็ดขาด!! หากคุณจำเป็นต้องใช้จริงๆ ให้คุณถอนออกมาใช้ แต่ให้คุณคิดเสียว่าคุณกำลังกู้เงินตัวเองอยู่ เพราะฉะนั้นคุณต้องนำเงินมาคืนทั้งต้นทั้งดอก

เก็บเงิน 52 สัปดาห์
การเก็บเงิน 52 สัปดาห์ เป็นวิธีที่นิยมกันในต่างประเทศครับ โดยเริ่มใช้กันที่สหรัฐอเมริกา วิธีก็คือให้คุณเก็บเงินสัปดาห์แรกที่ 100 บาท สัปดาห์ที่ 2 ก็เพิ่มเป็น 200 บาท คือแต่ละสัปดาห์จะเก็บเพิ่มขึ้น 100 บาท พอครบ 52 สัปดาห์เมื่อไหร่คุณก็จะมีเงินเก็บ 137,800 บาท ครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นแนะนำให้คุณมีเป้าหมายไว้ก็ดีครับ จะได้เป็นแรงจูงใจในการเก็บ เช่น เมื่อครบ 52 สัปดาห์ ฉันจะเอาเงินไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น

เปิดบัญชีโดยไม่ทำบัตร ATM
วิธีนี้ก็ง่ายแสนง่าย เพียงแค่คุณเข้าไปเปิดบัญชีใหม่ โดยไม่เอาบัตร ATM แล้วนำเงินเข้าไปฝาก 20% - 40% ของรายได้ แต่วิธีนี้ต้องมีวินัยมากหน่อย และห้ามอ้างว่ารายจ่ายเยอะ เดือนนี้เลยไม่เอาเงินเข้าเด็ดขาดนะครับ
ประกันออมทรัพย์
การประกันชีวิตเป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการออมเงิน โดยประกันเพื่อการออมทรัพย์นี้เป็นประกันชีวิตที่เน้นการออมทรัพย์ คือเป็นการลงทุนในประกันชีวิตที่มีรูปแบบกรมธรรม์ เน้นผลตอบแทนมากกว่าการคุ้มครอง ซึ่งประกันแบบออมทรัพย์นี้จะซื้อขายกันผ่านธนาคารพาณิชย์ หรือตัวแทนประกันชีวิต ผลตอบแทนที่ได้รับจะเป็นไปตามที่กรมธรรม์ระบุไว้ นอกจากนี้ หากทำประกันแบบออมทรัพย์ครบ 10 ปีขึ้นไป คุณยังสามารถนำค่าเบี้ยประกันไปใช้เป็นสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเงินได้สูงสุดถึง 100,000 บาทต่อปีเลยนะครับ

เห็นไหมครับว่าการออมเป็นสิ่งที่ดี นอกจากจะทำให้คุณมีเงินใช้ในยามฉุกเฉินแล้วยังเป็นการสร้างวินัยที่ดีให้ตัวคุณเองด้วย เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มออมเงินกันตั้งแต่ตอนนี้กันดีกว่าครับ ติดตามบทความดีๆ เคล็ดลับดีๆ เกี่ยวกับการออมเงิน และผลิตภัณฑ์ประกันภัย 

อ่านเพิ่มเติม »